ReadyPlanet.com
dot
dot
ผลิตภัณฑ์โตตโต้ แยกตามการใช้งาน
dot
dot
ตัวอย่างผลหลังการใช้จุลินทรีย์
dot
bulletบำบัดสิ่งแวดล้อม บ่อบำบัดน้ำเสีย
bulletการประมง บ่อเลี้ยงสัตว์ แหล่งน้ำต่างๆ
bulletการเกษตรอินทรีย์
bulletอีเอ็มบอล ช่วยข้าวหนีน้ำท่วม
dot
อัลบัมรูปของโตตโต้
dot
bulletสวนยางพารา โตตโต้ กบินทร์บุรี
bulletสวนเกษตรธรรมชาติ โตตโต้ จ.พิจิตร
bulletร่วมฟังสัมนา โดย ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ
bulletเยี่ยมชมงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น
bulletการพัฒนาแก้ปัญหาท้องถิ่นด้วย EM ภาคตะวันออก
bulletเผยแพร่การใช้โบกาฉิ เพื่อการทำเกษตรอินทรีย์ที่ประเทศลาว
dot
บทความและลิงค์ที่น่าสนใจ
dot
bulletอุตุนิยมวิทยาเพื่อการเกษตร
bulletสารสนเทศอุตุนิยมวิทยาเกษตร
bulletกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
bulletราคายาง
bulletราคาข้าว - สมาคมโรงสีข้าวไทย
bulletราคาสินค้าเกษตร - ตลาดยิ่งเจริญ
bulletราคากลางสินค้าเกษตรแห่งประเทศไทย
bulletสรุปข่าวเกษตร - กรมวิชาการเกษตร
bulletศูนย์สนเทศทางการเกษตรแห่งชาติ
bulletสกู๊ปข่าวเกษตร - Paidoo.net
bulletนายเกษตร - ไทยรัฐออนไลน์
bulletพาณิชย์ เกษตร การตลาด - มติชน
bulletข่าวเกษตร - เดลินิวส์
bulletข่าวเกษตร - คมชัดลึก
bulletข่าวเกษตร - ไทยนิวส์
bulletข่าวเกษตร - kasetonline.net
bulletข่าวเกษตร - FarmKaset.org
bulletศูนย์วิจัยควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์แห่งชาติ
bulletศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว




เพิ่มน้ำยางพารา ต้นสมบูรณ์ เปลือกนิ่มกรีดง่าย
                                  ใบอนุญาตผลิตปุ๋ยอินทรีย์เลขที่ 11/2553(กรมวิชาการเกษตร) สั่งซื้อติดต่อ:      
086-522 5265 , 081-6450575 
                      
การทำสวนยางพาราให้รวยด้วยปุ๋ยโบกาฉิตราโตตโต้
(ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ100% ปุ๋ยล้วนไม่ผสมดิน รับประกันคุณภาพได้ผลจริง!!)
 
 
1 กระสอบ 25 กก. รองก้นหลุมปลูกยางพาราได้ประมาณ 200-250 ต้น 
ยางต้นใหญ่ใส่ปุ๋ยตามอายุเช่น อายุ 5 ปี ใส่ปุ๋ย 5 กก./ต้น/ปี
สวนยางที่อายุมาก ใส่ปุ๋ย 100 กก. / ไร่ / ปี
 
การทำสวนยางพาราแบบเกษตรธรรมชาติ เป็นอีกหนทางที่จะช่วยลดต้นทุนและสามารถเพิ่มน้ำยางให้กับชาวสวนยางได้
ปุ๋ยโบกาฉิสูตรพิเศษโตตโต้(ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพสูตรญี่ปุ่น) เป็นปุ๋ยยางพาราอย่างดี เน้นที่มีอาหารที่เป็นประโยชน์แก่พืชครบถ้วน ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ผ่านมาตรฐานกรมวิชาการเกษตร มีใบขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ถูกต้อง
 
ปุ๋ยโบกาฉิช่วยการปรับปรุงโครงสร้างดิน เพราะมีจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพกว่า 80 ชนิด จึงสามารถปรับสภาพดินที่แข็ง แน่น ไม่ซึมน้ำ เป็นกรด หรือเค็มเกินไป ทำให้เห็นผลรวดเร็วหลังการใช้จากใบสมบูรณ์ ร่วงช้า สมบูรณ์แข็งแรง และได้น้ำยางเพิ่มขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้ สุขภาพของชาวสวนที่ทำเกษตรอินทรีย์ชีวภาพ ก็ย่อมจะดีกว่าผู้ที่ใช้สารเคมีแน่นอน
 
ปุ๋ยโบกาฉิโตตโต้ ประกอบด้วยอินทรีย์วัตถุล้วนๆกว่า10ชนิด เช่น มูลค้างคาว มูลวัว มูลไก่ กระดูกป่น ปลาป่น รำข้าว แกลบ โดโรไมค์ ฯลฯ "ไม่มีดินผสม" ให้ธาตุอาหารครบถ้วน ผ่านกระบวนการหมักกับจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์จนกลายเป็นอาหารพร้อมใช้ให้รากดูดไปเลี้ยงต้นได้ทันที และไม่ว่าจะใช้ปุ๋ยเคมีหรืออินทรีย์อื่นๆอยู่ก็สามารถปรับเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยโบกาฉิ (ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ) แทนหรือใช้เสริมไปด้วยกันได้ทันที (ผสมปุ๋ยเคมีได้ไม่เปียก)
 
 ในปุ๋ยโบกาฉิสูตรรองพื้น - บำรุงต้นของโตตโต้ คัดสรรวัตถุดิบที่เหมาะสมสำหรับบำรุงต้นยางพารามาใช้
 
วัตถุดิบที่มีไนโตรเจนและฟอสฟอรัสสูง ปริมาณธาตุอาหาร (เปอร์เซ็นต์)
ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม
กระดูกป่น 3.0 - 4.0 15.0 - 23.0 0.68
มูลค้างคาว 1.0 - 3.0

12.0 -15.0

1.84
มูลโค 1.90 0.65 1.40
มูลไก่ 3.77 1.89 1.76
แร่ฟอสเฟต 0 30.0 0
ปลาป่น 9.0 - 10.0 5.0 - 6.0 3.8
  • มีจุลินทรีย์ที่ตรึงไนโตรเจนให้แก่รากพืช
  • มีโดโลไมท์ มีองค์ประกอบเป็นแคลเซียมและ แมกนีเซียมเป็นธาตุอาหารรองซึ่งช่วยเสริมการสังเคราะห์คลอโรฟิลของพืช ทำให้พืชใบเขียว ลดความเป็นกรดของดิน ลดการสูญเสียไนโตรเจนในรูปของก๊าซแอมโมเนีย
ผลจากลูกค้าที่ใช้ ปุ๋ยโบกาฉิตราโตตโต้
  1. ใบร่วงช้า กรีดได้นาน มีภูมิต้านทานดีขึ้น ต้นยางจะทนทานต่อสภาพฝนกรด รากเน่า โคนเน่า เส้นดำ ต้นสมบูรณ์แข็งแรง ยืดอายุการกรีดยาง
  2. น้ำยางเพิ่มปริมาณมากขึ้น เปอร์เซ็นน้ำยางดี หน้ายางไม่เป็นเชื้อรา รักษาหน้ายาง
  3. ระบบรากดีขึ้น ทั้งรากฝอย รากขนอ่อน รากยางจะขึ้นมาบนผิวดินเห็นเป็นสีขาว ใต้ใบไม้ที่คลุมดิน เมื่อมีรากเพิ่มมากขึ้น ก็จะหาอาหารเก่งขึ้นต้นก็จะสมบูรณ์ขึ้น
  4. มีจุลินทรีย์กลุ่มดีกว่า 80 ชนิดลงไปทำงานในดิน ทำให้ดินดีขึ้น ส่งเสริมให้มีจุลชีพในดินโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงดิน จะเห็นได้ชัดจากมูลไส้เดือนที่ขึ้นเต็มสวน แสดงว่ามีไส้เดือนและสิ่งมีชีวิตอื่นอีกมากมายอาศัยอยู่นั่นคือดินมีชีวิต โครงสร้างดินร่วนซุย อุ้มอาหารและน้ำ
  5. แก้ปัญหายางตายนึ่ง (ใส่โบกาฉิ และ ฉีดพ่นฮอร์โมนเดือนละ 2-3 ครั้ง) ทำให้กลับมากรีดได้อีก
  6. สภาพแวดล้อมโดยรวมดีขึ้น และกำจัดกลิ่นเหม็นในน้ำยางที่เททิ้ง คนงาน – เจ้าของสวนมีสุขภาพดีขึ้น
 
เตรียมหลุม / เตรียมดิน ก่อนปลูก แทนการใช้เคมี 
  1. ขุดหลุมขนาดตามความเหมาะสม ใส่ อินทรียวัตถุที่หาได้ง่าย เช่น ฟาง ใบไม้แห้ง มูลสัตว์ เศษอาหาร ฯลฯ 4-5 กำมือ (เพื่อลดต้นทุน และเป็นอาหารพืชในระยะยาว) หว่านปุ๋ยโบกาฉิสูตรรองพื้น 2 กำมือทับลงไป
  2. ใช้สารปรับปรุงดิน 1 กก. + สุโตจู้ S.T. สูตร4 500 ซีซี แช่น้ำ 200-500 ลิตร 1 คืน ฉีดพ่นบนวัสดุให้ทั่ว ข้อควรระวัง  เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพดีที่สุด ควรใช้ถังที่สะอาด , ขณะเก็บปิดฝาให้สนิทและไม่ถูกความร้อน ควรใช้ให้หมดภายใน 1-2วัน * อัตราความเข้มข้นนี้ ห้ามฉีดพ่น ถูก ต้นและใบพืชที่ปลูก* ในการผสมสารปรับปรุงดินฉีดพ่น ควรเปิดหัวฉีดให้น้ำ ออกสะดวก อาจใช้สายยางฉีดโดยไม่ใส่หัวพ่นจะทำให้หัวพ่นไม่อุดตันเนื่องจากวัสดุหลายชนิด ในสารปรับปรุงดินจะต้องใช้เวลาในการย่อยสลายในแปลงปลูกพืช กากตะกอนในสารปรับปรุงดินเป็นอาหารพืช ใช้ผสมน้ำ แล้วรดราดในนา หรือ ใส่เป็นปุ๋ยให้พืช (สามารถใช้สารปรับปรุงดินและสุโตจู้อัตราส่วนนี้ ฉีดพ่นเพื่อนปรับสภาพดิน ปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้พืชเจริญเติบโตได้ดีด้วย ฉีดพ่นลงดินให้ทั่วพื้นที่เท่านั้น ห้ามโดนต้น-ใบพืชที่ปลูก)
  3. กลบดิน แล้วคลุมหลุมปลูกด้วยฟาง 7 วัน ( รดน้ำให้ดินชุ่มชื้นทุกวัน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของจุลินทรีย์ ) จึงปลูกกล้าได้
 
หรือใช้วิธีการหมักหน้าดิน แนะนำสำหรับพื้นที่ที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์เป็นดินดำมีอาหารอยู่มากและร่วนซุยอยู่แล้ว
  1. ใช้ไม้ปักทำเครื่องหมายตำแหน่งที่จะปลูก กำจัดวัชพืชรอบตำแหน่งด้วยการถากถาง
  2. หว่านปุ๋ยโบกาฉิ บริเวณรอบๆไม้ที่ปักให้กระจายทั่วๆรัศมี 1–2 ฟุต 1-2 กำมือ แล้วคลุมฟางหรือหญ้าแห้ง เพื่อรักษาความชื้นและป้องกันหญ้าขึ้น
  3. ใช้สารปรับปรุงดิน 1 กก. + สุโตจู้ S.T. (สูตร4) 500 ซีซี  ผสมน้ำแช่ค้างคืน แล้วขยายเป็น 500 ลิตร (เหมือนข้อ1 ในวิธีเตรียมหลุมก่อนปลูก) รดบนวัสดุที่คลุมดิน ทิ้งไว้ 7-15 วันจึงปลูกยางได้ ในระหว่างรอปลูก ดินที่หมักควรมีความชื้นเสมอเพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้
วิธีที่ดีที่สุด ทำให้พืชที่ปลูกแข็งแรงและโตเร็ว คือวิธีหมักหลุม แต่หากไม่สามารถทำได้ ให้ใส่ปุ๋ยรองก้อนหลุมสำหรับปลูก (โดยไม่หมักหลุม)ประมาณ 1 กำมือ กลบดินค่อนหลุม อัดดินให้แน่นแล้วจึงปลูกกล้า อย่าให้รากสัมผัสปุ๋ยโดยตรง จะทำให้สำลักปุ๋ย และเฉาตายได้

การใส่โบกาฉิ และใช้ฮอร์โมนรักษาหน้ายาง รวมทั้งป้องกันและรักษาโรค

  1. ยางพาราอายุ 1-3 ปี ใส่โบกาฉิ ปีละ 2-3 ครั้ง ครั้งละครึ่งกิโลกรัมสำหรับ 1 ต้น หว่านบางๆรอบทรงพุ่ม
  2. ต้นยางอายุขึ้นปีที่ 4 จนกระทั่งกรีดได้ ใส่โบกาฉิ ปีละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 1 กก. หรือมากกว่านั้น (ตามสภาพดิน)
  3. สวนยางที่กรีดได้แล้ว ใช้โบกาฉิปีละ 2-3 ครั้ง ใส่โบกาฉิในระยะก่อนใบยางจะร่วงผลัดใบ และ ช่วงฝนตก หว่านทั่วทั้งสวนหรือรอบทรงพุ่มก็ได้ “ใส่น้อยๆ แต่บ่อยครั้งดีกว่าใส่มากๆครั้งเดียว”
  4. ฉีดพ่น หรือทาหน้ายางสม่ำเสมอ รักษาผลหน้ายาง ด้วยสุโตจู้ S.T.สูตร4 อัตราส่วน 20 ซีซี  ผสมน้ำ 20 ลิตร จะช่วยรักษาแผลให้หายเร็ว ยางที่กรีดไม่ออกจะกลับมากรีดได้ สะดวกสบายไม่ต้องใช้ดินทาหน้ายาง ไม่ต้องใช้ยากันรา หน้ายางจะไม่เป็นโรค การสร้างเนื้อเยื่อและสร้างเปลือกจะดีขึ้น แผลจะหายเร็ว
  5. บำรุงต้นยางและป้องกันโรค ฉีดพ่นอาหารพืช (สูตร1+สูตร3) และสุโตจู้ S.T. สูตร4 เดือนละ 1 ครั้ง โดยผสมอัตราส่วน   3 สูตรรวมกันเป็น 200ซีซี : น้ำ 200 ลิตร ฉีดได้ทุกพื้นที่ในสวนยาง หากต้นยางเป็นโรคอยู่ในเดือนแรกๆ ควรฉีดพ่นอย่างสม่ำเสมอเดือนละ 2-3ครั้ง โรคจะค่อยๆหายไป การใช้สุโตจู้ สูตร4 สม่ำเสมอจะช่วยป้องกัน และรักษาโรคทุกชนิดในสวนยาง เช่น โรคยางตายนึ่ง ยืนต้นตาย เส้นดำ
  6. แช่ล้างแผ่นยางก่อนนำผึ่งแดด ใช้สุโตจู้ S.T. สูตร4 อัตราส่วน 20 ซีซี  ผสมน้ำ 20 ลิตร จะช่วยให้ยางไม่ขึ้นรา น้ำทิ้งซึ่งมีสุโตจู้ผสมอยู่เทลงในท้องร่อง จะช่วยปรับสภาพแวดล้อม และกำจัดกลิ่นเหม็นในน้ำยางที่เททิ้งด้วย หรือนำไปใช้ฉีดพ่นทุกพื้นที่ที่มีกลิ่นเหม็นเพื่อดับกลิ่นและฆ่าเชื้อโรคได้ด้วย


**คำเตือน วิธีผสมฮอร์โมนน้ำ สามารถปรับขึ้น/ลงได้ตามอัตราส่วน ใม่ควรใช้เกินขนาดเพราะมีฤทธิ์เข้มข้นมาก สามารถเพิ่มอัตราส่วนเมื่อพืชปรับตัวได้แล้ว

 

       การจัดการพื้นที่ปลูกยางพาราภายหลังน้ำท่วมอย่างยั่งยืน สามารถทำได้โดยการปลูกพืชตระกูลถั่ว หรือคลุมดินด้วยเศษพืชและใบยางระหว่างแถวปลูก เพื่อยึดหน้าดินรวมถึงเพื่อชะลอการไหลของน้ำ ชึ่งอาจพัดพาหน้าดิืนที่มีความอุดมสมบูรณ์ไป สร้างสภาพแวดล้อมที่สมดุลให้กับพื้นที่โดยปลูกพืชที่เหมาะสมกับชุมชนและท้องถิ่นนั้นๆ เช่น ลังแข ละไม มะไฟ ทุเรียน ชะมวง หรือพืชผักท้องถิ่นเพื่อเสริมรายได้จากความเสียหาย เช่น ผักเหลียง ผักมันปู ผักลิ้นห่าน เป็นต้น

 
 

การเพิ่มคุณภาพยาง และ แก้ไขสภาพแวดล้อมของโรงงานยาง

  1. ฉีดพ่นอาหารพืชและสารไล่แมลง S.T. เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันโรคและแมลง โดยผสมอัตราส่วน 1 ลิตร : น้ำ 1000 ลิตร ฉีดได้ทุกพื้นที่ในสวนยาง
  2. นำ S.T. (ฝาเขียว) ผสมอัตราส่วน 1 ลิตร : น้ำ 1000 ลิตร แช่ล้างแผ่นยางก่อนนำผึ่งแดด จะช่วยให้ยางไม่ขึ้นรา น้ำทิ้งซึ่งมี S.T. ผสมอยู่เทลงในท้องร่อง จะช่วยปรับสภาพแวดล้อม และกำจัดกลิ่นเหม็นในน้ำยางที่เททิ้งด้วย
  3. ใช้ S.T. (ฝาเขียว) ผสมอัตราส่วน 1 ลิตร : น้ำ 1000 ลิตร ฉีดพ่นทุกพื้นที่ที่มีกลิ่นเหม็นเพื่อดับกลิ่น หรือฆ่าเชื้อโรคได้
  4.  กองขี้ยางที่มีกลิ่นมากใช้  S.T. 1 ลิตร ผสมน้ำ 200 - 1000 ลิตร  ฉีดพ่นประมาณ 2 วัน / ครั้ง แล้วแต่ความรุนแรงของกลิ่น จะสามารถกำจัดกลิ่นได้ดี
การกำจัดวัชพืช

วัชพืชที่มีปัญหากับสวนยาง เช่น หญ้าคา ฯลฯ ก่อนปลูกควรปราบให้หมดชนิดขุดรากถอนโคน และอาจปลูกถั่วคลุมคา ป้องกันหญ้าขึ้นอีก นอกจากนั้นการกำจัดวัชพืชอื่นๆ ให้ใช้วิธีการตัดและฉีดพ่น สุโตจู้ สูตร4 และสารปรับปรุงดินแช่น้ำค้างคืน ฉีดพ่น ไม่ต้องเผาหญ้า ทิ้งหญ้าเหล่านั้นไว้คลุมดินในสวน บริเวณใต้ร่มยางให้เป็นอาหารหรือปุ๋ยของพืช

แต่ก่อนนี้ถั่วคลุมคาจะมีมากทางภาคใต้ แต่ปัจจุบันมีผู้นำไปปลูกเพื่อคลุมดินในสวนยางในจังหวัดอื่นๆ ท่านใดทำสวนยางอยู่ที่ภาคอื่นๆ ก็ลองไปหามาปลูกกันได้

 

ปุ๋ยโบกาฉิสูตรรองพื้นบำรุงต้นใบ เนื้อปุ๋ยล้วนไม่เจือปนดินหมักด้วยจุลินทรีย์ญี่ปุ่น บรรจุ 25 กิโลกรัม/กระสอบ  

ชนิดผง ราคา 320 บาท / กระสอบ 

ชนิดเม็ด ราคา 350 บาท / กระสอบ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม/สั่งซื้อ บริษัท วารี(87) จำกัด

526/5  ม.7  ถ.ท้ายบ้าน  ต.ท้ายบ้าน  อ.เมือง  จ.สมุทรปราการ

ทร:  086-522 5265,  081-645 0575

แฟกส์: 02 387 1120

 




ผลหลังการใช้ปุ๋ย-ยาชีวภาพโตตโต้

สวนกาแฟออกแกนิกส์ ดอยช้าง ใส่โบกาฉิมา5ปี ได้ผลคุ้มค่า
ลำไยอินทรีย์ ดกเต็มต้น ใช้ปุ๋ยโบกาฉิโตตโต้
มะนาวของคุณปรารถนาใช้โบกาฉิโตตโต้ ดอกเยอะ ลูกดก
มะลิดอกเยอะ น้ำหนักดี ใช้ฮอร์โมนโตตโต้สูตร1-4
พริกซุปเปอร์ฮอท รายได้ดีมีเงินเก็บ article
แปลงผักชีวภาพ ไร้สาร 100%
รักษาโรครากดำสำเร็จ ด้วย Totto article
เพิ่มผลผลิต มะนาวต้นแก่ article
ตัวอย่างเกษตรกรลูกค้าของโตตโต้ article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.