ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > พริกเป็นโรคกุ้งแห้ง ทำไงดี

พริกเป็นโรคกุ้งแห้ง ทำไงดี


ช่วงนี้พริกเป็นโรคกุ้งแห้งมากผลผลิตเสียหาย จะแก้ไขอย่างไร ช่วยให้คำแนะนำที ขอบคุณครับ



ผู้ตั้งกระทู้ naay :: วันที่ลงประกาศ 2009-10-23 13:07:56


[1]

ความเห็นที่ 6 (3296885)

สวัสดีค่ะด.ช.อนุรักษ์

เกิดจากพริกนี้ไม่แข็งแรง ถ้าเป็นพริกที่ก่อนจะสุกแล้วเน่าคาต้น สาเหตุเนื่องจาก มีจุลินทรีย์กลุ่มก่อโรคที่รากของต้นพริก หรือเป็นโรครากเน่าโคนเน่า เชื้อโรคเหล่านี้จะมาตามท่อน้ำเลี้ยงและมาสะสมอยู่ในเม็ดพริก พอเซลล์ของพริกเริ่มอ่อนแอก็จะทำให้เกิดโรคเน่าขึ้น

อีกกรณีถ้าพริกเน่าหลังจากเก็บมาแล้ว ถ้าหากไม่ได้เก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม หรือไม่ตากให้แห้งก็อาจจะทำให้พริกเน่าได้

ข้อมูลจากการปฏิบัติ พริกที่ปลูกโดยปุ๋ยโบกาฉิ โดยวิธีชีวภาพ จะมีภูมิต้านทานโรคสูง แข็งแรง มีจุลินทรีย์กลุ่มดีในดิน จะทำให้พริกไม่เน่า เก็บได้นานกว่าพริกทั่วไป พริกจะเหี่ยวไปตามธรรมชาติโดยไม่เน่า

ผู้แสดงความคิดเห็น โตตโต้ วันที่ตอบ 2011-07-11 13:36:43


ความเห็นที่ 5 (3296800)

 

พริกก่อนจะสุขเต็มที่ทำไทถึงเน่า ช่วยตอบหน่อยคับ เอาไปทำเป็นการบ้าน ขอบคุณคับ  

ด.ช. อนุรักษ์ ลิมานุวัฒน์ ม.3/1 รร.สมานคุณวิทยาทาน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา  ขอบคุณมากคับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อนุรักษ์ (ninenoei_-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-07-10 13:45:18


ความเห็นที่ 4 (3295782)

ผมอยู่ชัยภูมิอำเภอเทพสถิตไม่รู้ว่าจะหาซื้อสุโตจู้ได้ที่ไหนกรุณาแนะนำได้ไหมขอบคุณคร้าบ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชัยภูมิ ทำศรี (phum1922-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-06-28 17:11:56


ความเห็นที่ 3 (1473825)

โรคกุ้งแห้งพริกหรือแอนแทรคโนส (Collectotrichum sp.)

              โรคนับว่าเป็นโรคที่สำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกพริกเป็นอย่างมาก เพราะเป็นโรคประจำตัวของพริกเลยก็ว่าได้ โรคนี้เกิดจากเชื้อรา Collectotrichum sp. ที่พบเข้าทำลายพริกก็มีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน คือ
1.       Collectotrichum gloespoloides เข้าทำลายพริกผลใหญ่เป็นหลัก
2.       Collectotrichum capcisi เข้าทำลายพริกผลเล็ก (พริกในกลุ่มพริกขี้หนู) เป็นหลัก
3.       Collectotrichum piperatum เข้าทำลายพริกยักษ์ (พริกหวาน) เป็นหลัก
 
อาการ
ผลพริกที่ถูกเชื้อราสาเหตุโรคเข้าทำลายจะมีอาการตามชนิดของเชื้อรา
·        โดยปกติในพริกผลใหญ่เชื้อราสาเหตุที่เข้าทำลายคือ Collectotrichum gloespoloides ลักษณะการเข้าทำลายก็คือ จะเกิดจุดฉ่ำน้ำขึ้นโดยที่ผิวของผลพริกจะมีรอยบุ๋มเล็กน้อย และมีอาการฉ่ำน้ำเป็นรูปวงกลมหรือวงรี ต่อมาแผลจะค่อย ๆ ขยายออกเชื้อราจะสร้างสปอร์ซึ่งเห็นเป็นวงกลมสีดำชัดเจน
·        สำหรับในพริกผลเล็กเชื้อราสาเหตุที่เข้าทำลาย คือ Collectotrichum capcisi ลักษณะการทำลายในช่วงที่มีฝนตกติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน คือเนื้อเยื่อผลพริกเกิดจุดฉ่ำน้ำแต่ไม่ปรากฏรอยบุ๋ม หรือปรากฏแต่ไม่ค่อยชัดเจน แต่ถ้าผลพริกถูกทำลายในช่วงที่ฝนไม่ตก แผลจะไม่เป็นทรงที่แน่นอนและไม่มีอาการฉ่ำน้ำเป็นสีดำ
 
 
การระบาด
โรคนี้มักจะเกิดในช่วงฤดูฝนหรือในช่วงที่มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้ความชื้นในอากาศมีมากจนทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี ประกอบกับในสิ่งแวดล้อม ทั้งอากาศและดินมีจุลินทรีย์กลุ่มดีอยูไม่พอ ดินมีเชื้อโรคอยู่มาก ทั้งพืชและดินจึงมีภูมิต้านทานน้อย
ควรปลูกพริกด้วยระบบเกษตรธรรมชาติที่ใช้จุลินทรีย์ด้วย เพื่อให้ ทั้งดิน น้ำ และพืชมีภูมิต้านทาน จะลดความเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคนี้ได้ค่ะ

นอกจากนี้ ควรดูลมฟ้าอากาศด้วย หากมีแนวโน้มว่าฝนจะตกก็ควรฉีดพ่นฮอร์โมนป้องกันโรคไว้ก่อนเลย ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเสียหายลงได้อีกเช่นกันค่ะ (ฮอร์โมน/จุลินทรีย์หากฉีดพ่นแล้วอีกสัก 6 ชม.ถัดมา เกิดฝนตก ก็ไม่เป็นไรเพราะจุลินทรีย์เข้าไปทำงานในระบบเซลล์พืชแล้ว หากถูกฝนชะลงไปในดินก็จะไปทำงานเป็นผลดีต่อดินด้วย)

ผู้แสดงความคิดเห็น adm วันที่ตอบ 2009-11-30 17:50:12


ความเห็นที่ 2 (1473604)

ขอความรู้เกี่ยวกับโรคกุ้งแห้งหน่อยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น 5526252 วันที่ตอบ 2009-11-29 21:41:59


ความเห็นที่ 1 (1466705)

สวัสดีค่ะการแก้ไขโรคกุ้งแห้ง

สามารถใช้สุโตจู้สูตร 4 (ขวดสีเขียว) ในอัตราส่วน 1 : 1000 เช่น สุโตจู้ 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทั้งต้นและใบ 3-5 วัน/ครั้ง สังเกตดูว่าใบยังสดใสดีหรือไม่ หากใบยังสดใสดีอยู่แสดงว่าอัตราส่วนนี้เหมาะสมกับพริกที่ปลูก

สำหรับพริกแต่ละชนิด เช่น พริกยำ พริกหวาน พริกขี้หนู ฯลฯ ความไวต่อสารชีวภาพก็ไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงต้องอาศัยการสังเกตของผู้ปลูกพิจารณาอัตราส่วนความเข้มข้นค่ะ บางท่านชอบแถม ใช้เกินอัตราส่วนจนเข้มข้นเกินไปขอบใบอาจไหม้หรือใบหงิกได้ ดังนั้นการใช้สารชีวภาพ ควรระวังห้ามใช้เกินอัตราส่วนค่ะ

เมื่อต้นพริกฟื้นแล้วก็ให้ดูแลด้วยฮอร์โมน สูตร 1, 2, 3, 4 อัตราส่วนรวมกันแล้วไม่เกิน 1 : 1000 (เช่น รวมกันได้ 200 ซีซี ผสมน้ำ 200 ลิตร) ฉีดพ่น ประมาณ 7 วัน/ครั้ง ป้องกันการเกิดโรคซ้ำ และบำรุงต้น ใบ และทำให้ผลผลิตดีขึ้นค่ะ

และนอกจากใช้สุโตจู้ในการรักษาโรคแล้ว ควรใส่โบกาฉิ เพื่อเพิ่มอาหารในการบำรุงต้นและเป็นการเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีให้กับดินลงไปฆ่าเชื้อโรคที่ยังอยู่ในดินด้วยค่ะ หว่านโบกาฉิบางๆ ประมาณต้นละ 1 กำมือรอบๆโคนต้น

พยายามอย่ามีน้ำขังในแปลงนะคะโรคอื่นๆจะตามมา หากมีน้ำขังถ้าชักร่องเพิ่มได้ก็จะดี ทางภาคใต้หากเป็นดินทราย หรือดินร่วนเค้าจะใช้ไถคอมมิวนิสในการชักร่องเอาดินมาพูนโคนต้น ไม่ทราบว่าคุณ naay อยู่จังหวัดไหน จะมีใช้รึเปล่าหากไม่มีคงต้องพึ่งแรงงานคน

ถ้าหากเป็นพริกที่ปลูกนานแล้วจนต้นแก่ใกล้หมดอายุควรปลูกใหม่ จะได้ผลผลิตที่ดีกว่า แต่ถ้าเป็นต้นที่เพิ่งให้ผลผลิตก็ต้องใส่ใจรักษาโดยดูแลสม่ำเสมอ ยิ่งใส่โบกาฉิบ่อย ก็จะยิ่งฟื้นต้นได้เร็วขึ้น ความเสียหายน้อยลงค่ะ

สาเหตุของโรคกุ้งแห้ง โรครากเน่าโคนเน่า ขั้วหลุด เน่ายุบ และโรคต่างๆ ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อโรคที่อยู่ในดินทำให้ระบบรากของพืชที่เราปลูกไม่สมบูรณ์ค่ะ โดยเฉพาะเมื่อน้ำขังเชื้อโรคก็จะเติบโตได้ดีทำให้พริกเป็นโรค จะป้องกันโรคต่างๆนั้นก็ไม่ยากเพียงแต่ใช้ระบบจุลินทรีย์-ทำวิธีเกษตรธรรมชาติ ปัญหาเหล่านี้จะถูกป้องกันที่ต้นเหตุ หรือถึงแม้ว่าเกิดปัญหาขึ้นก็จะแก้ไขได้ง่ายค่ะ

 

หากแปลงที่ปลูกพริกมีปัญหาอย่างสม่ำเสมอทุกๆครั้ง นั่นแสดงว่าในดินมีเชื้อโรคสะสมอยู่มาก ควรปรับปรุงดินก่อนปลูกต่อไป อาจต้องหมักดิน 2 ครั้ง สามารถอ่านรายละเอียดได้ในลิงค์นี้ค่ะ

http://www.organictotto.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539004724&Ntype=4

 

ส่วนการปลูกพริกและการดูแลทั่วๆไป สามารถอ่านได้ในลิงค์ตามนี้นะคะ

http://www.organictotto.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539020580&Ntype=4

ผู้แสดงความคิดเห็น adm วันที่ตอบ 2009-10-26 16:32:57



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.